ปัจจัยที่ทำให้สายตาสั้นแย่ลง
สายตาสั้นเป็นปัญหาสายตาที่พบได้บ่อยแะอาจแย่ลงได้หากมีปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องและสาเหตุหลักๆที่ทำให้สายตาสั้นลงคือการอ่านหนังสือ หรือใช้การใช้สมาร์ทโฟนในระยะใกล้เป็นเวลานานอาจทำให้สายตาสั้นแย่ลงได้ การโฟกัสใกล้เป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไป ซึ่งส่งผลให้สายตาสั้นมีความรุนแรงมากขึ้น การใช้สายตาในสภาพแสงไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือทำงานในที่มืด อาจทำให้ตาต้องพยายามมองเห็นมากขึ้น ส่งผลให้สายตาเมื่อยล้าและสั้นลงได้เร็วขึ้น การพักสายตาไม่เพียงพอมาจากการใช้สายตาเป็นเวลานานโดยไม่หยุดพักเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้สายตาสั้นแย่ลง การไม่ให้ดวงตาพักจากการโฟกัสระยะใกล้ พันธุกรรมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้สายตาสั้นแย่ลง หากพ่อแม่มีปัญหาสายตาสั้น ลูกก็มีโอกาสสูงที่จะสายตาสั้นตามไปด้วย สายตาสั้นมักจะแย่ลงอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากดวงตายังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ อัตราการเปลี่ยนแปลงของสายตาสั้นจะช้าลง การอยู่ในที่ที่ต้องใช้สายตาอย่างมากหรือการทำงานที่ต้องเพ่งมองในระยะใกล้ อาจทำให้สายตาสั้นมีแนวโน้มแย่ลง การไม่ใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม หรือการใช้เลนส์ที่มีค่าสายตาไม่ถูกต้องอาจทำให้ตาต้องพยายามโฟกัสมากขึ้น ส่งผลให้สายตาสั้นแย่ลงได้ แต่ในปัจจุบันที่การแพทย์มีความความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก การรักษาสายตาสั้นจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าได้ง่ายๆ
ดูแลสายตาสั้นอย่างไรให้สายตาไม่แย่ลง
การดูแลสายตาสั้นอย่างเหมาะสมจะช่วยชะลอไม่ให้สายตาแย่ลงเร็วขึ้น และรักษาสายตาให้คงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด การใช้สายตาในระยะใกล้ ควรมีการพักสายตาทุกๆ 20 นาที โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ มองออกไปไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ทุกๆ 20 นาที การพักสายตาจะช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา ควรจำกัดเวลาในการใช้สายตาในระยะใกล้ โดยไม่ควรทำกิจกรรมที่ใช้สายตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน การพักสายตาและเปลี่ยนไปมองระยะไกลเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้สายตาสั้นแย่ลง ควรทำกิจกรรมในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่ออ่านหนังสือหรือทำงาน การใช้แสงที่ไม่เพียงพออาจทำให้ดวงตาทำงานหนักเกินไป ควรตรวจวัดสายตาและใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาที่ถูกต้องเสมอ การใช้เลนส์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ตาต้องเพ่งมองมากขึ้น การเพิ่มกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสายตาสั้นหรือชะลอการเสื่อมของสายตาสั้นได้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตาสามารถรักษาคุณภาพของดวงตาและลดการเสื่อมสภาพของสายตาได้ การตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอกเป็นอีกวิธีที่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติและรักษาสายตาสั้นให้เหมาะสมตามความจำเป็น ไม่ควรใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ของผู้อื่น เพราะค่าสายตาอาจไม่ตรงกับที่คุณต้องการ ซึ่งอาจทำให้สายตาแย่ลงได้ การนอนหลับเป็นเวลาที่ดวงตาได้พักผ่อน การนอนให้เพียงพอช่วยให้ดวงตาฟื้นฟูจากความเครียดและความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ควรเว้นระยะห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถืออย่างน้อย 30-40 เซนติเมตร และปรับหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตาที่สบายที่สุด
การรักษาสายตาสั้น
การรักษาสายตาสั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสายตาสั้นและความต้องการของผู้ป่วย โดยหลักๆ มีทั้งวิธีการแก้ไขด้วยการใช้เลนส์ และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดทางเลเซอร์
- การใช้แว่นตา: เป็นวิธีการแก้ไขสายตาสั้นที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด การใช้แว่นตาที่มีกำลังเลนส์ที่เหมาะสมจะช่วยให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งระยะไกลและใกล้
- คอนแทคเลนส์: เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใส่แว่นตา โดยคอนแทคเลนส์สามารถแก้ไขสายตาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย
- การทำ LASIK: เป็นการผ่าตัดเลเซอร์ที่นิยมมากที่สุดในการรักษาสายตาสั้น
- การผ่าตัดแบบ PRK: เป็นการรักษาด้วยเลเซอร์ที่คล้ายกับ LASIK แต่จะเหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีปัญหาด้านโครงสร้างของดวงตา
- การผ่าตัดแบบ ReLEx SMILE: เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษาสายตาสั้นด้วยเลเซอร์ที่ใช้แผลขนาดเล็ก
- การใช้คอนแทคเลนส์รักษาสายตาขณะนอนหลับ: Ortho-K เป็นการใช้คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษที่ใส่ขณะนอนหลับ เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมในช่วงที่ไม่ได้สวมเลนส์
- การปลูกเลนส์เทียมในตา: เป็นวิธีการฝังเลนส์เทียมเข้าไปในดวงตาเพื่อแก้ไขสายตาสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำ LASIK ได้ หรือผู้ที่มีค่าสายตาสูงมาก
