อันตรายจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สที่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าสู่หน้าหนาว การอาบน้ำถือเป็นหนึ่งกิจกรรมต้องห้ามที่ใครหลายคนหลีกเลี่ยง แต่หากจำเป็นต้องอาบจริง ๆ ก็ต้องมีเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ช่วยลดความหนาวเย็นลงได้ และเพิ่มความสะอาดให้กับร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สอยู่ รู้หรือไม่ว่าเป็นอันตรายกว่าที่คิด โดยในปี 2551 – 2565 พบรายงานการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตด้วยระบบนี้แล้วกว่า 33 เหตุการณ์ 49 ราย โดยเป็นผู้ป่วย 39 ราย และผู้เสียชีวิตอีก 10 ราย

อันตรายจากการอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่พบในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งมีสาเหตุ ดังนี้

  • การเปิดใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส จนเกิดการเผาไหม้เพื่อทำความร้อน โดยเฉพาะบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำ
  • ส่งผลให้การไหลเวียนของออกซิเจนทำได้ไม่ดี
  • หากเรากำลังยืนอยู่ในบริเวณดังกล่าวจะเสี่ยงต่อการสูดดมแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์) ส่งผลให้เลือดแดงจับกับออกซิเจนได้น้อยลง ความรุนแรงขึ้นอยู่กับความหนาแน่น 50-200 PPM ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย, 200-400 PPM เวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง และหมดสติ 5,000 PPM ทำให้เสียชีวิตภายในไม่กี่นาที 

วิธีลดอันตรายจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส

ทุกครั้งที่อาบน้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

  • เปิดพัดลมและช่องระบายอากาศในห้องน้ำทุกครั้งขณะอาบน้ำ
  • ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเป็นเวลานาน และเว้นระยะห่างประมาณ 15 – 20 นาที เพื่อให้อากาศระบายออกก่อนคนถัดไปจะเข้ามาอาบน้ำหรือใช้ห้องน้ำต่อ
  • หากพบว่ามีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หายใจลำบาก หรือได้กลิ่นแก๊สขณะอาบน้ำ แนะนำให้รีบปิดเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สและออกจากห้องน้ำทันที
  • หากพบเห็นคนหมดสติขณะอาบน้ำ ควรเปิดประตูเพื่อระบายอากาศ นำผู้ป่วยไปยังพื้นที่โล่ง ปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นโทรแจ้งสายด่วน 1669 หรือนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
  • ในกรณีที่เป็นเด็กผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ ควรระมัดระวังขณะใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส

ไม่ว่าการอาบน้ำอุ่นจากเครื่องทำความร้อนระบบแก๊สจะช่วยลดปัญหาเรื่องอากาศหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี แต่การใช้ก็จำเป็นต้องระมัดระวัง หากไม่ระวังอาจเสี่ยงกลายเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตหรือเจ็บป่วยรุนแรง และสำหรับใครที่ใช้ระบบนี้ในการทำน้ำอุ่นและไม่อยากเสียเงินเปลี่ยนระบบใหม่ ก็ขอแนะนำว่าให้ปรับพฤติกรรมของตัวเองเสียใหม่ โดยเปิดพัดลมทุกครั้ง หรือเปิดช่องระบายอากาศในขณะที่อาบน้ำ และไม่ควรอาบน้ำติดต่อกันนานเกิน 20 นาที เท่านี้ความอันตรายและผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ลดน้อยลง แถมยังช่วยคลายหนาวให้กับเราได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าวันนี้อาบน้ำดีไหม หรือพรุ่งนี้จะอาบน้ำดีหรือเปล่า

Related Post

หัวพอต relx

รีวิว หัวพอต relx รุ่นนี้น่าสนใจยังไง เหมาะกับใครบ้าง?  รีวิว หัวพอต relx รุ่นนี้น่าสนใจยังไง เหมาะกับใครบ้าง?  

หัวพอต relx ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์พอตไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ฟีลสูบที่นุ่มลื่น และใช้งานง่าย โดยเฉพาะหัวพอตของ RELX ที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และผู้ใช้งานที่ช่ำชอง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักหัวพอต RELX กันแบบเจาะลึก ว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจ และเหมาะกับใครบ้าง?  จุดเด่นของหัวพอต relx  รสชาติที่ชัดเจนและหลากหลาย หัวพอต RELX ขึ้นชื่อเรื่อง รสชาติที่หอมชัดและกลมกล่อม โดยแต่ละรสชาติถูกพัฒนาให้ดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นสายผลไม้ สายเย็น หรือสายขนม ตัวอย่างรสชาติยอดนิยม เช่น   RELX ยังมีรสชาติใหม่ ๆ

วัคซีนเด็กแรกเกิดที่พ่อแม่ควรรู้ มีวัคซีนอะไรบ้าง?วัคซีนเด็กแรกเกิดที่พ่อแม่ควรรู้ มีวัคซีนอะไรบ้าง?

แน่นอนว่าเมื่อคุณแม่ฝากครรภ์ที่โรคพยาบาล จะได้รับการดูแลอย่างดีทั้งในขณะตั้งครรภ์ ขณะคลอด และหลังคลอด ในส่วนของการดูแลเด็กทารกแรกเกิดนั้น นอกจากการตรวจสุขภาพจากทางคุณหมอแล้ว การรับวัคซีนเด็กแรกเกิดจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะวัคซีนจะเป็นตัวช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้แก่ลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากใครที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ และยังไม่รู้ว่า วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กแรกเกิดมีวัคซีนอะไรบ้าง ไปดูกันเลย วัคซีนเด็กแรกเกิด จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่? พ่อแม่มือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า วัคซีนเด็กแรกเกิดมีอะไรบ้าง และจำเป็นต้องฉีดให้ลูกน้อยหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้จะต้องบอกเลยว่า การฉีดวัคซีนให้แก่ลูกน้อย จะเริ่มได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดไปจนถึงอายุ 12 ปี โดยวัคซีนส่วนใหญ่จะผลิตมาจากเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็น เชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ที่ถูกทำให้อ่อนแรงด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเมื่อเชื้อโรคอ่อนแรงลงแล้ว จะไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้

สีพ่นพลาสติกที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อสัมผัสกับความร้อน นวัตกรรมใหม่จากโลกแห่งเคมีสีพ่นพลาสติกที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อสัมผัสกับความร้อน นวัตกรรมใหม่จากโลกแห่งเคมี

เคยสงสัยไหมว่าทำไมแก้วน้ำบางใบถึงเปลี่ยนสีเมื่อเติมน้ำร้อน? หรือเสื้อยืดที่เปลี่ยนลวดลายเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง? นั่นเป็นเพราะเทคโนโลยี “เทอร์โมโครมิค” (Thermochromic) ที่ทำให้วัสดุสามารถเปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ และล่าสุด เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับสีพ่นพลาสติกแล้ว! มาทำความรู้จักกับนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจนี้กัน สีพ่นพลาสติกเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับความร้อนคืออะไร? สีพ่นพลาสติกชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่เรียกว่า Thermochromism ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนสีของสารเคมีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ โดยเม็ดสีในสีพ่นเคลือบพลาสติกจะถูกออกแบบให้มีความไวต่อความร้อน เมื่อนำสีไปพ่นบนวัสดุพลาสติก และอุณหภูมิเปลี่ยนไป สีจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งเมื่อสัมผัสกับความร้อนหรือความเย็น การเปลี่ยนสีนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับอุณหภูมิที่กำหนด ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและแปลกใหม่ให้กับการใช้งานวัสดุพลาสติก สร้างความสวยงามให้กับชิ้นงานพลาสติกหรือซ่อมแซมงานพลาสติกให้คงสภาพเหมือนใหม่ด้วยสีพ่นพลาสติก สีพ่นพลาสติกช่วยเพิ่มมิติและความสวยงามให้กับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์พลาสติก อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ของเล่น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สีพ่นจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดูเงางาม มีสีสันสดใส และทนทานต่อการขีดข่วนหรือการถลอก